
ในฐานะฝ่ายจัดซื้อหรือวิศวกรโรงงาน หลายครั้งที่เราสงสัยว่า “ทำไมห่อของอย่างดีแล้ว สนิมยังขึ้น?” จริงๆ แล้วสนิมมันฉลาดและมีทางเข้าถึงชิ้นงานเราได้ถึง 7 ทางหลักๆ ดังนี้ครับ:
1. สูตรลับของสนิม (เหล็ก + น้ำ + อากาศ): นี่คือพื้นฐานที่สุดครับ เหมือนสามเหลี่ยมที่ถ้ามีครบเมื่อไหร่ สนิมเกิดทันที หน้าที่ของเราคือต้องตัดขาใดขาหนึ่งทิ้ง ซึ่งในโรงงานเราเอาเหล็กออกไม่ได้ ก็ต้องกันน้ำกับอากาศออกไปแทนครับ
2. มลภาวะที่ลอยอยู่ในอากาศ: ควันจากรถโฟล์คลิฟท์ที่วิ่งไปมา หรือสารเคมีจากแผนกข้างๆ (เช่น แผนกชุบหรือล้าง) สิ่งเหล่านี้มีทั้งคลอรีนและซัลไฟด์ที่ไปเกาะบนผิวเหล็กแล้วเร่งให้สนิมกินเร็วขึ้นแบบติดเทอร์โบครับ
3. บรรจุภัณฑ์ที่เป็น “ดาบสองคม”: ลังไม้หรือกระดาษลูกฟูกที่เราใช้ส่งของ จริงๆ แล้วมันมี “กรด” และ “คลอรีน” ผสมอยู่ครับ แถมไม้ยังดูดความชื้นเก่งมาก ถ้าชิ้นงานวางสัมผัสไม้โดยตรง มักจะเกิด “สนิมจุดสัมผัส” (Contact Corrosion) ให้เห็นบ่อยๆ
4. น้ำยาล้างที่ไม่สะอาดหรือค่า pH ไม่เป๊ะ: ถ้าน้ำยาที่ใช้ล้างชิ้นงานเริ่มสกปรก มีเศษเหล็กปน หรือค่า pH ต่ำกว่า 9.0 สำหรับเหล็ก แทนที่จะสะอาดกลับกลายเป็นว่าเรากำลังเอาน้ำยาไปชุบสนิมให้ชิ้นงานแทนครับ
5. รอยนิ้วมือ (ตัวร้ายที่ใกล้ตัวที่สุด): มือเปล่าๆ ของพนักงานนี่แหละครับที่มีทั้งเหงื่อ น้ำมัน และกรด การแตะชิ้นงานด้วยมือเปล่าจะทิ้งรอยนิ้วมือที่เป็นคราบสนิมฝังลึกในเวลาต่อมา ซึ่งเป็นจุดที่มักจะถูกลูกค้าเคลมบ่อยที่สุด
6. “เช็ดไม่แห้ง” แต่รีบเก็บ: การรีบเอาชิ้นงานมาวางซ้อนกันทั้งที่ยังชื้นอยู่ หรือยังไม่แห้งสนิท ความชื้นที่ถูกขังอยู่ระหว่างชิ้นงานจะกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาชั้นดีที่ทำให้สนิมขึ้นยกแผงครับ
7. อุณหภูมิที่เหวี่ยงไปมาและความชื้น: ถ้าโรงงานร้อนจัดแล้วเย็นจัดในตอนกลางคืน จะเกิด “การควบแน่น” (Condensation) หรือหยดน้ำเกาะผิวชิ้นงาน ยิ่งถ้าแพ็คของตอนที่ยังร้อนๆ อยู่ หยดน้ำก็จะถูกขังไว้ข้างในซองพลาสติก กลายเป็นเรือนกระจกสำหรับสนิมทันทีครับ