
สำหรับฝ่ายจัดซื้อหรือเจ้าของธุรกิจ การเลือกใช้นวัตกรรม VCI ไม่ได้เป็นแค่การเปลี่ยนวัสดุแพ็คเกจจิ้งครับ แต่มันคือการยกระดับบริษัทในหลายมิติ ดังนี้:
1. โชว์ความใส่ใจในคุณภาพสินค้า: การเลือกใช้วิธีป้องกันสนิมที่ทันสมัย สะอาด และมีประสิทธิภาพที่สุด เป็นการบอกลูกค้าอ้อมๆ ว่าคุณแคร์คุณภาพสินค้าของเขามากแค่ไหน
2. การตลาดที่เคลื่อนที่ได้ (Brand Visibility): เราสามารถพิมพ์โลโก้บริษัท ข้อมูลติดต่อ หรือแม้แต่คู่มือการใช้งานลงบนถุงหรือกระดาษ VCI ได้โดยตรง ช่วยเพิ่มการจดจำแบรนด์ได้ดีเยี่ยม
3. สร้างภาพลักษณ์ “ธุรกิจสีเขียว”: การเลิกใช้น้ำมันกันสนิม (Petroleum-based) แล้วเปลี่ยนมาใช้ VCI ช่วยให้บริษัทดูเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แถมลูกค้ายังไม่ต้องมานั่งล้างน้ำมันออกก่อนใช้งานด้วย
4. ประหยัดกว่าการชุบเคลือบแบบเดิม: หากเทียบต้นทุนรวมแล้ว การใช้บรรจุภัณฑ์ VCI มีราคาถูกกว่าการพ่นสี ชุบซิงค์ หรือการใช้น้ำมันกันสนิม และที่สำคัญคือไม่ต้องลงทุนซื้อเครื่องจักรราคาแพงมาช่วยติดตั้ง
5. ลดค่าแรงพนักงานได้อย่างมหาศาล: ขั้นตอนการห่อด้วยกระดาษ VCI หรือใส่ถุง VCI ใช้เวลาน้อยกว่าการมานั่งจุ่มหรือพ่นน้ำมันทีละชิ้นมาก และไม่ต้องเสียเวลามาทำความสะอาดคราบน้ำมันที่หกเลอะเทอะในโรงงานด้วย
6. ลดการตีคืนสินค้า (Zero Rejection): เมื่อสินค้าถึงมือลูกค้าแบบแห้ง สะอาด และไร้สนิม ปัญหาเรื่องการเคลมสินค้าหรือการต้องเสียค่าขนส่งเพื่อนำงานกลับมาขัดใหม่ก็จะหมดไป ลูกค้าก็แฮปปี้ เราก็สบายใจ
7. ลดภาระการกำจัดขยะ: เนื่องจากถุงและกระดาษ VCI สามารถนำไปรีไซเคิลได้ตามปกติ ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการจ้างกำจัดขยะอันตรายจำพวกถังน้ำมันหรือเศษผ้าขี้ริ้วปนเปื้อนน้ำมันครับ